เตือนนักช้อป ระวังภัยลวงซื้อของออนไลน์

โพสต์28 มิ.ย. 2558 07:07โดยSomchai Bba
เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการจับจ่ายสินค้าเปลี่ยนไป ผู้คนหันมานิยมการซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น จึงทำให้ภัยดังกล่าวมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ก ทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เผยอัตราการเกิดภัยลวงการซื้อขายออนไลน์ สูงเป็นอันดับ 2 ของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา พร้อมแนะทางป้องกันสำหรับนักช้อป ออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการจับจ่ายสินค้าเปลี่ยนไป ผู้คนหันมานิยมการซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งผ่านบัตรเครดิต เดบิต และตู้เอทีเอ็ม จึงทำให้ภัยดังกล่าวมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2557 มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 4,356.6 ล้านรายการ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.7 และจากข้อมูลสถิติด้านภัยคุกคามไซเบอร์ของไทยในปี 2557 ที่รวบรวมขึ้นโดย ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ภายใต้เอ็ตด้า พบว่าการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ หรือ Fraud เป็นประเภทภัยคุกคามที่เกิดขึ้นสูงเป็นอันดับ 2 ของปี 2557 และคิดเป็นสัดส่วน 25.2% ของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมักจะมาใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.การถูกโจรกรรมข้อมูลระหว่างใช้บัตรเครดิตในการจ่ายสินค้าออนไลน์ 2. เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในกรณีคุณภาพของสินค้าไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ หรือเกิดความเสียหายระหว่างการส่งของ 3.เกิดข้อพิพาทในกรณีผู้ขายตั้งใจกระทำผิด เช่น การไม่ส่งของให้ตามที่ตกลง หรือส่งของที่ไม่เกี่ยว ข้องกับที่สั่งซื้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เอ็ตด้า ได้แนะนำแนวทางป้องกันและแก้ไขเมื่อประสบภัยลวงจากการซื้อขายออนไลน์คือ 1.ในกรณีของการป้องกัน ในเวลาที่มีการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ ผู้บริโภคควรลบข้อมูลบัตรเครดิตที่เคยบันทึกไว้บนเว็บไซต์ หรือระบบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้มีคนลักลอบนำไปใช้ประโยชน์ต่อ และหากเกิดการโจรกรรมขึ้น ควรรีบติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อระงับการใช้บัตร พร้อมเดินเรื่องในการเรียกเงินคืน และหากมีการออกบัตรใหม่ ควรรีบทำลายบัตรเก่าทิ้ง 2.ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทกับผู้ขายกรณีสินค้าไม่ได้คุณภาพ หรือแตกหักไม่ครบถ้วน ให้ชี้แจงตามนโยบายการซื้อขายที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์และ 3.ในกรณีที่ผู้ขายตั้งใจฉ้อโกงด้วยการไม่ส่งสินค้า หรือตั้งใจส่งสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงหลักฐานการจ่ายเงิน หมาย เลขบัญชีธนาคาร และข้อความที่ติดต่อระหว่างการซื้อขาย พร้อมนำเอกสารทุกอย่างไปแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาในการซื้อสินค้าบริการออนไลน์ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม สิ่งแรกที่ควรจะทำคือติดต่อ เจรจาต่อรอง และไกล่เกลี่ยกับผู้ขาย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ซื้อของจากร้านค้าออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thaiemarket.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าและร้านค้าออนไลน์ ที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ เอ็ตด้า เตรียมเปิด OCC (Online Complain Center) หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อดูแลทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในเรื่องการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเริ่มดูแลจากร้านค้าและผู้ซื้อสินค้าภายใต้ Thaiemarket.com ก่อน ใน 2 รูปแบบ คือ แบบออนไลน์ จะเริ่มเปิดให้บริการภายในสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ และแบบคอลเซ็นเตอร์ จะเริ่มให้บริการช่วงต้นเดือน ส.ค. เพียงโทรฯ แจ้งเรื่องที่เบอร์ 0-2123- 1223 ถือเป็นการเปิดมิติใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้อีคอม เมิร์ซไทยเทียบเท่าระดับสากล.“

ที่มา : เดลินิวส์ วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน 2558